รู้สึกเอนทรี่ที่แล้วจะเฟลหนัก  ขอโทษด้วยค่ะ
ปกติเป็นคนที่เวลารู้สึกไม่ดีแล้วไม่ค่อยอยากระบายให้ใครฟังเท่าไหร่ 

ถ้าลงบลอคด้วยยิ่งแล้วกันไปใหญ่  เหมือนคนที่เข้าบลอคมาต้องมานั่งรับรู้ความเฟลของใครก็ไม่รู้ทั้งที่ชีวิตแต่ละคนก็มีเรื่องให้ต้องคิดพออยู่แล้ว 
เลยอยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเอนทรี่ที่แล้วค่ะ  เพราะเอนทรี่ที่แล้วอัพเหมือนขำๆจริงๆแล้วแต่ย่ำแย่จริงๆ
ขอบคุณที่รับฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องของใครก็ไม่รู้  ขอบคุณทุกคอมเมนต์และทุกคำแนะนำ  ...
ตอนนี้ดีขึ้นมาก  แต่ยังมึนๆอยู่นิดหน่อย /5+ 
ขอบใจคุณเพื่อนแต่ละคนที่โทรไปคุยด้วย  ขอโทษนะที่เฟลบ่อยไปหน่อย(อยู่มานานคงรู้กันดี) 
จริงๆถ้าไม่ได้พวกมึงตูคงอาจไม่ได้อยู่มาจนถึงทุกวันนี้ ...

ต่อไปนี้คงต้องหัดเครียดให้น้อยลง ..... 


ตอบเม้นจากเอนทรี่ที่แล้วค่ะ ( ขอเถอะ คนมันเพิ่งหายเฟล )

Khaosap' zaaa : //ตบบ่า  ป่วยได้แย่มาก ... แต่ตูไม่เคยอาหารเป็นพิษอ่ะ(ธาตุแม่งแข็ง) รู้แต่คงทรมาณน่าดู
มาพยายามด้วยกันน่อ -"-  

VampMazter - XIII : อา พี่ชื่อเล่นจริงๆชื่อหวานค่ะ ^ ^ แต่ที่ผ่านมาใช้ชื่อเฟรน  เป็นนามปากกาจากเวปเด็กดีที่เคยอยู่  แล้วก็ปกติเพื่อนก็ไม่เรียกชื่อหวานด้วยแหล่ะ (ตัวเองก็ไม่ชอบมันขัดกับบุคลิก แต่ตอนนี้ช่างมันเถอะ 
พี่เรียนที่ศิลปากรแล้วก็เรียนกฏหมายของรามด้วยค่ะ  พ่อให้สานต่อเป็นผู้พิพากษาเหมือนกัน อินี่เรียนไปเรียนมาก็รู้สึกว่าตัวเองจะไปทางกฏหมายได้รุ่งกว่า ...

Hikari_Ai ~ * : ขอบคุณมากค่ะ ^ ^ นั่นสินะคะ  ทรมาณยังไงก็คงต้องสู้ต่อ ... //แต่นับวันรอเมื่อไหร่มันจะจบ .....

Princess_Zarefa : เชื่อว่าประโยคนั้นทุกคนคงเคยคิดค่ะ ...  
แต่ชอบคำว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปจังเลยค่ะ ... ใช้บ่อยมากเลยเวลาให้กำลังตัวเองให้ทนกับอะไรหลายๆอย่าง 
เรียกพี่ว่าหวานก็ได้ค่ะ //กร๊าซ

Harvenhite ห่า*เวร-ไห : เอ่อ คนเป็นหวัดกันรอบตัวจนกลัวว่าจะเป็นหวัด 2009 จริงๆค่ะ  
ตอนป่วยเฟลได้ทุกอย่าง  เฟลไร้เหตุผล  แถมเฟลหนักกว่าปกติอีก ......... 
แต่ตอนนี้หายเริ่มแล้ว  ขอบคุณมากค่ะ 

LB_MARVEL★ : ขอบคุณมากค่ะ ^ ^ ตอนนี้ก็พยายามจะรักษาสุขภาพหน่อยแล้วค่ะ  มันใกล้ลิมิต(ที่สั่งสมมา)แล้ว ....
ว่างเมื่อไหร่เป็นนอน  เพราะรู้เลยว่ายังไงก็ต้องนอนเช้าแน่ๆ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้นอนเลยเนอะ
เอนทรี่ที่แล้วและที่ผ่านๆมาก็รู้สึกว่าเราคงตึงกับตัวเองมากไป  อยากจะผ่อนคลายเหมือนกันค่ะ 
ยังไงชีวิตมันก็สั้นนัก ......

yureisan : ยูเรซัง คนนี้แหล่ะค่ะโดนความเครียดเล่นงานเรื้อรังคนนึง  
ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ 

zayo : กร๊ากก  กลัวแต่ว่าจะไม่กินหญ้าน่ะสิคะ  แต่จะข้ามไปกินยาฆ่าหญ้าเลย
ตั้งแต่นี้จะพยายามรักษาสุขภาพล่ะค่ะ = =/

Pukpik ไม่ชอบเหมือนกันค่ะพี่ปิ๊กเวลาน้ำย่อยขมคอ .... แต่บางครั้งพอไม่อ้วกมันยิ่งแย่ ...
คิดว่าส่วนนึงจิตตกเพราะไม่สบายจริงๆแหล่ะค่ะ ... หัวตื้อแล้วก็พาลคิดแต่อะไรในทางไม่ดี
ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ  แล้วก็ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ไปแคป ...
รอเจองานเฮตะนะคะ     

j-yui : อานั่นสิคะทุกคนก็มีวันนั้น //แต่บางทีเหนื่อยจัดก็อยากเร่งให้มาเร็วขึ้นเช่นกัน  
กินเหล้าไปเฝ้าพระอินทร์แก้เครียด ... แต่กินบ่อย+ผิดที่ก็พาเครียดกว่าเดิมนะเคอะ ..
//พี่เริ่มกินตอนจบ ม.6 น่ะ

เห็ด rosy : ฮาาา แค่เปรียบเทียบเท่านั้นแหล่ะค่ะ  ชีวิตจริงแค่ได้ A ซักงานคงปิดซอยฉลอง
//เทอมที่แล้วไม่มี A ให้ชื่นใจเลยแหล่ะ ... ซิก   
เหนื่อยแต่หยุดไม่ได้คิดว่าเป็นธรรมดาของเด็กคณะนี้ไปแล้วมั้ง //ฮา 
(ว่าแต่ท่านอยู่ภาคอะไรคะนี่ ? ปี 3 ใช่มั้ยคะ  อินี่ Viscom ปี 2 ค่ะ  )

Clepsydra:: : ค่ะ อยากอ้วกแต่อ้วกไม่ออกนี่ทรมาณมาก 
ประโยคนี้สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นค่ะ  คิดว่าคงโดนใจทุกคนเหมือนกัน 

Junez-chan~ : คิดว่าคงเป็นเพราะพิษไข้ส่วนหนึ่งด้วยแหล่ะค่ะ //มันบ้าบอมาก
พอไม่สบายแล้วสับสน  พาลให้คิดไปแต่ในทางลบ  คงเป็นอย่างนั้นแหล่ะคะ ....
เฟรนเองมาอ่านเอนทรี่นี้ทีหลังก็หดหู่เหมือนกันค่ะ  สงสัยว่าพิมพ์ตอนกำลังตกห้วง
จนเพื่อนมาทักว่าแกเฟลจนน่ากลัวก็เพิ่งรู้ตัว
ฮา ... อารมณ์ช่วงนี้ "มันต้องถอน" จริงๆค่ะ
/ขอบคุณจริงๆค่ะ ^ ^  

//อยากกอดทุกคนที่เข้ามาเอนทรี่ที่แล้วค่ะ ฮา //โดนยำตรีน ....  
อ่านคอมเมนต์แต่ละท่านแล้วรู้สึกดีขึ้นจริงๆค่ะ ^ ^


*****************************************************************

มาต่อกันด้วยอีกเรื่องนึง ....

ก่อนอื่น .... คิดถึงนะ ... ยังไงก็คนเคยรู้จักกัน ...
แต่ให้เป็นแค่ตัวการ์ตูนช่วยจำตามขอบสมุดเลคเชอร์แล้วกันเนอะ ...

Photobucket


ฮา .... มันมีคนเอาประวัติตัวอักษรไทยมาพรีเซนต์น่ะค่ะ  เลยจดพวกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมานิดหน่อย

อักษรไทยมีที่มาดั้งเดิมจากอักษรขอม  ตรงนี้คิดว่าทุกคนคงรู้กันดีอยู่แล้ว
แต่ให้ละเอียดไปกว่านั้นคืออักษรขอมแบ่งเป็น 2 ประเภท  คือ 
1. อักษรขอมจารึก = ใช้ในพวกอาลักษณ์  ราชสำนัก  ออกแนวเป็นแบบทางการ
2. อักษรขอมหวัด = ใช้เขียนทั่วๆไปในชีวิตประจำวัน

ซึ่งอักษรไทยมีที่มาจากอักษร"ขอมหวัด"นะคะ

แล้วเราจะย้อนรอยอักษรขอมไปอีกเพื่อตามรอยอักษรไทยให้ถึงราก !!
อักษรขอมมีที่มาจากภาษาอินเดียค่ะ 
ซึ่งอักษรอินเดียแบ่งได้เป็น 2 ประเภทอีกเช่นกัน  คือเทวนาครีของอินเดียฝ่ายเหนือและครนถ์ของฝ่ายใต้     
และอักษรอินเดียนี้  แต่แรกพวกพราห์มก็ไปดัดแปลงมาจากอักษรฟินิเชียอีกทีนึง ..
( คงยังจำวิชาประวัติศาสตร์ได้นะคะ  ศาสนาพราห์มกำเนิดเมื่อประมาณ 3000 ปีมาแล้ว  ส่วนอักษรฟินิเชียก็ดัดแปลงมาจากอักษรรูปลิ่มคือคูนิฟอร์มอีกที )

ที่นี้มันก็ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ  ฟินิเชีย >> อินเดีย >> ขอม >> ไทย
เลยจะเห็นได้ว่าอักษรไทยดูเหมือนมาจากทางตะวันตกมากกว่าเพื่อนบ้านในแถบนี้ที่จะได้รับอิทธิพลจากอักษรจีนกันเป็นส่วนใหญ่  
แถวนี้คนอื่นเขียนบนลงล่าง  พี่ไทยเขียนซ้ายไปขวาคนเดียว ... อย่างแนว
( ....แต่ก็ยังไม่แนวเท่าน้องเวียดนามที่ที่พอโดนปกครองโดยฝรั่งเศสก็เล่นเอาภาษาอังกฤษมาใส่สระ !!!  )  

กลับมาที่อักษรไทย  ด้วยความที่อาณาจักรไทยถือเป็นลูกกระจ๊อกมากในสมัยนั้น ...
ก็มีการยืมคำจากเหล่าอาณาจักรเพื่อนบ้านมาสร้างเป็นอักษรตัวเองมากมาย  ไม่ใช่แค่ขอม  แต่ยังไปยืมทั้งของมอญและพม่าบางตัวมาด้วย

แถมสมัยนั้นภาษาพูดในราชสำนักก็ต้องใข้ภาษาขอม  เรียกว่าเป็นภาษาชั้นสูงสำหรับชาวไฮโซเลยทีเดียว  
  
แต่พออาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจลงและสุโขทัยแยกตัวเป็นอิสระ  พ่อขุนรามท่านก็สร้างลายสือไทยขึ้นมาเพื่อให้เป็นภาษาของไทยเองไม่ต้องใช้ภาษาของผู้ใด ...
ลายสือไทยนี้ก็ได้รับการพัฒนาต่อมาอีกในสมัยพระยาฤไทย (เขียนถูกมั้ย ?)
และอีกครั้งในสมัยสมเด็จพระนารายณ์  ซึ่งคราวนี้เปลี่ยนแปลงชนิดที่เรียกว่าปฏิวัติวงการ
ทำให้อักษรของไทยมีรูปร่างอย่างทุกวันนี้

( เรียกว่าอักษรไทยปัจจุบันเก่ากว่าที่คิดนะเนี่ย  ตัว จขบ. นึกว่าเริ่มเปลี่ยนสมัยอยุธยาปลายๆหรือกรุงธนฯ  )

ส่วนคำว่าสวัสดีที่เขียนด้วยลายสือไทยที่เห็นในรูปไม่น่าจะถูกต้องนะคะ  เพราะคำว่า"สวัสดี"ถูกกำหนดให้เป็นคำทักทายของคนไทยในสมัยจอมพล ป. แถมไม่น่าจะเป็นคำไทยแท้อีกต่าง  อาจเป็นสันสกฤติ ?

แถมตัว ว.แหวน (ที่ในยุคแรกคล้ายเลย ๖) ก็หางยาวไป (ลายสือไทยพยัญนะที่มีหางจะไม่สูงกว่าพยัญชนะตัวอื่นเท่าไหร่ ) ไม้ผัด ( พยัญชนะที่ใช้แทนสระ ) ของสระ -ะ ก็ไม่รู้ว่าตัวอะไร 
แค่อยากลองเขียนคำด้วยลายสือไทยดูเท่านั้นค่ะ 
  
ป.ล. กว่าจะเป็นภาษาไทยให้เราใช้กันมันยาก  อย่าใช้ให้วิบัตินะคะ ^ ^!

เอาฮานิดหน่อยไม่ว่า  แต่ถ้ามาเป็นพรืดแม่จะแบน !!
     
ป.ล. ขอบคุณข้อมูลจากพรีเซนท์นัทถั่ว สไลด์ดีมากจนอยากเอาทัมป์ไปจุ๊บไว้อ่านเล่น ^ ^

จั๊งซี่มันต้องถอน ......... ??

posted on 19 Jun 2009 16:28 by crescentsweet  in life
Photobucket
Photobucket
Photobucket

ไม่ได้จะกินจริงๆหรอก  จขบ. กินเหล้าปีนึงนับครั้งได้
แค่อยากจะเอาอะไรล้วงคอให้อ้วกออกมาเท่านั้น

ช่วงนี้อี จขบ. สุขภาพย่ำแย่จริงค่ะ

... เป็นหวัดขาดเรียนไป 2 วัน ( หวัด 2009 ป่าววะ ? )
... อดหลับอดนอน ( แต่งานออกมาห่วยต้องแก้ใหม่ส่งวันจันทร์ ... ของแสลงเล่นตูเข้าแล้ว ...  )
... ยัดห่าอะไรไม่ลง ( ขออนุญาตใช้คำนี้เถอะ )
... มือซ้ายชาไม่หาย ( ผลจากงานข้อใน 2 )  

รู้สึกแย่จนเหมือนมีอะไรอยู่ในตัวรอจะสำรอกออกมา
ถ้าอ้วกออกคงรู้สึกดีขึ้น  แต่อ้วกไม่ออกนี่สิ

จริงๆไอ้เรื่องสุขภาพแย่ๆมันสั่งสมอยู่ในตัวมานานแล้ว  แต่พอโดนหวัดเล่นกับอดนอนเข้าไปอีกมันเลยทรุดทั้งข้างนอกข้างใน
เดี๋ยวนี้เด็กอายุ 17-18 เป็นมะเร็งอะไรกันเยอะแยะไป
อินี่ก็สารพัดโรคอยู่แล้ว  เลือดจาง  ความดันต่ำ  โรคกระเพาะ
จะเป็นอีกซักโรคมันจะเป็นไรไป


จริงๆจะตายๆไปตอนนี้ก็ช่างมันเถอะ  อยู่ไปก็ไม่ได้ทำอะไรดีๆเป็นชิ้นเป็นอันอะไรขึ้นมาเลยซักชิ้น
นึกว่าตัวเองจะทำได้ดีกว่านี้  แต่สุดท้ายก็ได้แต่เสพอะไรไร้สาระ  หายใจทิ้งไปวันๆ   
เลือกทางชีวิตให้ตัวเองยังไม่ได้  ปีหน้าต้องฝึกงาน  ทั้งที่กฏหมายก็ยังเรียนอยู่
ไปดูวิธีการสอบพยานอะไรก็มัวแต่ทำตัวเหลวไหลกับทำงานที่ม.จนไม่ได้ตามพ่อไปซักที
พ่อคงปลงกับเราแล้ว  เราเองก็ปลงกับตัวเองเหมือนกัน  ตกลงจะเอายังไงกันแน่  
ยังได้แค่เรียนไปวันๆไม่รู้อนาคต
พูดจริงๆว่าได้ A หลายตัวที่ su ตัวนึงยังไม่ดีใจเท่ากับได้ G 1 ตัวที่ ru เลย  
ตะเกียกตะกายดิ้นรนไขว่คว้าไปหมด  หลงนึกว่าตัวเองทำไอ้โน้นได้ไอ้นี่ได้  แต่ก็แค่ "ทำได้"
แต่ไม่เคยคว้าอะไรมาได้ซักอย่าง  กระจอกว่ะ
เป็นลูก  เป็นหลาน  เป็นพี่  เป็นน้อง  เป็นเพื่อน  เป็นอะไรก็เอาติดตัวไปไม่ได้ซักอย่างตอนตาย
ยังไงทุกคนก็ต้องตายถมที่  แต่เราเป็นได้แค่ดินให้คนรุ่นหลังเดินเหยียบจริงๆเหรอ ?
ชีวิตนี้ทำได้แค่นี้เหรอ


กูกำลังทำอะไรอยู่วะ
กูมาทำอะไรที่นี่
  
 
นึกถึงคำของท่าน Kitadong ใน Deathberry         

ความตายน่ากลัว ... แต่การมีชีวิตอยู่ ... ทรมาณ
เริ่มจะเข้าใจคำๆนี้ขึ้นมาแล้วล่ะ

เฟลตอนจับไข้นี่บัดซบจริงจัง  คอนเฟิร์ม ! 

เด็กน้อย ... กลัวฝน

posted on 13 Jun 2009 14:46 by crescentsweet  in life, poem


Photobucket

เงียบสงัด
กึกก้อง
นิ่งสงบ
โปรยปราย

สลายไปในเงาที่แตกกระจายของแอ่งน้ำขัง

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งไปที่ใดหรือ
ร่มคันเล็กผุพังเป็นที่พึ่งให้เจ้าไม่ได้
ไร้ค่าเช่นเดียวกับอาภรณ์บอบบางเจ้าสวมใส่
ไร้ความหวังเช่นตัวเจ้าที่ไม่อาจสัมผัสความจริงใดๆ
ราวรอยด่างบนแผ่นผนังที่จะลบเลือนไปตามกาลเวลา

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งไปที่ใดหรือ
ในเมื่อหยาดฝนยังพร่างพรูอยู่ในมือของเจ้าเอง

......

งอกเงย
เติบโต
เบ่งบาน
งดงาม
เด็กน้อย ... นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกชีวิตปรารถนาหรอกหรือ

เจ้าประคองร่มวิ่งข้ามผ่านทุ่งหญ้าที่ระบัดใบเขียว
หวาดหวั่นว่าหยาดฝนจะชะล้างร่มเปราะบางของเจ้าให้หักไป
เกราะกำบังซึ่งขวางกั้นระหว่างตัวเจ้ากับโลกกว้าง
ไม่อาจยินดีกับสิ่งที่หล่อเลี้ยงวัฏจักรให้เติบโต

เด็กน้อย ... เจ้าปรารถนาสิ่งใดกัน
เมื่ออีกวสันต์กางกั้นอยู่ในตาของเจ้าเอง

......

งมงาย
ปรารถนา
ไขว่คว้า
หลอกลวง
เด็กน้อย ... เจ้ามาถึง ณ ที่ใดกัน

มหานครที่ผู้คนบัดพลีกระทั่งกายเพียงเพื่ออยู่ใต้เงาร่มอันเก่าคร่ำ
ยิ้มฉาบยินดีกับปฏิกูลบนร่างกายเหล่านั้นด้วยไม่เคยสัมผัสกับหยาดฝนใดๆ  
ผิดที่  ผิดทาง  ผิดเวลา
ร่มยังคงกางเมื่อฟ้าใส 
ไร้ความจริง  ไร้สาระ  ไร้ราคา
กางกั้นปกป้องความโป้ปดที่ข้างใต้

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งต่อไป ณ ที่ใด
ในเมื่อภาพลวงตายังหลอกหลอนอยู่ในใจของเจ้าเอง


-----------------------------------------------------------------------------------

ภาพ : Danbooru