posted on 07 Sep 2008 12:35 by crescentsweet in Poem
องก์ 1
เสียดเสียงกึกก้อง
พยัฆขาวไร้ศรัทธาพาดเงาใต้บาดาล
กัมปนาถมลทินสลักตราแห่งบาปบนมังสาเปลือยเปล่า
มงกฏหนามไร้ยศศักดิ์ฉีกทึ้งคำขอขมาอันหลอกลวง
ผ่านม่านหมอกสีมุกดา ... ข้ามองไม่เห็นสิ่งใด
สวมผ้าคลุมขาดวิ่นบนแผ่นหลังเปื้อนโลหิตแห่งจอมทรราชไร้เงา
ลากตุ้มถ่วงบาทข้ามพสุธาอันลามเลียด้วยเตโช
กรีดโลหิตกู่ร้องป่าวประกาศต่อประภาคารสูงสุดเอื้อม
ก้องไปในนิจนิรันดิ์
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
............................................
องก์ที่ 2
มัจฉาตัวน้อยดิ้นรนใต้รอยแตกของกำแพง
ขอทานตาบอดเสือกร่างบนเตาถ่านสีชาดดุจไฟนรก
ร่ำร้องไขว่คว้าห้วงโพยมสูงสุดเอื้อม
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
น่าชิงชัง ... ข้าชิงชัง
เสียงหายใจใต้โกศแก้วสูงสง่าอันสงวนไว้แต่เหล่าอสุภะ ... น่าชิงชังยิ่ง
ปล่อยตะวันดวงน้อยให้วิ่งเตลิดใต้ขอบฟ้าอย่างไร้หวัง
ปล่อยหย่อมหญ้าแห่งหายนะให้ลุกลามในทุ่งกว้าง
แล้วข้าจักเป็นนายแห่งทุ่งร้างนั้น ... กำกับเหล่าวาโยหวนไห้คีตแห่งนิรันดิ์
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
............................................
องก์ที่ 3
พวกเราทั้งหลาย ล้วนเปลือยร่างใต้จันทรา
สัมผัสทั้งหลาย ล้วนวางทิ้งไว้ใต้จันทรา
ดวงใจแหลกสลาย ล้วนมอบไว้ใต้จันทรา
จันทราอันเผือดสีราวภัสตราแห่งเหล่าอสุภะ
เท้าสี่กีบถีบตะกุยพื้นศิลา
เงื้อหอกซัดพุ่งตรงสู่ไข่มุกดำแห่งโลกหล้า
แล้วให้เส้นผมสีมรกตแห่งข้าเป็นดั่งธงชัย
นำทัพเหล่าสรรพางค์กายไร้ชีพขับขานบทเพลงแห่งสงครามสู่เส้นขอบฟ้า
อย่างเงียบงัน
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
............................................
องก์ที่ 4
1..2..3
เสียงนับลูกประคำดังมาจากที่ไกลโพ้น
พร่ำบ่นเพลงสวดสะท้อนสะเทือนใกล้เข้ามา
ตรงมาหาข้าราวฝูงอาชาแห่งความอัปยศทั้งมวล
หากนั่นคือการภาวนา
1..2..3
กี่ครั้งคราที่คำปรามาสความโทมนัสแห่งความเป็นจริงแตกพร่าในลำคอของข้า
ละเลียดลิ้มละเลงเหล้าชั้นเลวเหนือผ้าปูโต๊ะสีขาว
บีบบี้ขนมปังบูดเสียเป็นอาหารเหล่ากีฎชาติ
แปรเปลี่ยนพ้างพสุธาเป็นมื้ออาหารศักดิ์สิทธิ์แสนโสมม
ตัวแทนเลือดเนื้อกลละแห่งสัมภเวสีเพื่อการพร่ำเพียรเวียนขอคำโป้ปดอันแท้จริง
ข้าจักภาวนา
สู่วันที่ห้วงมัฌชิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
............................................
องก์ 5
วาโยอันไร้ชีพ วารีอันไร้เงา
กรีดลึกลงบนมังสาต่ำต้อยแห่งข้า
แร้งแห่งสายันห์ถลาร่อนในอากาศ
ด้วยดวงเนตรสีมรกตอันฝ้ามัว
ดั่งตัวข้าที่ไม่รู้จะโหยหาสิ่งใด
ตระคองกอบเม็ดทรายไร้มลทิน
เพื่อที่จะสูญสลายเหือดแห้งไปในกำมือ
บุปผชาติไร้สีดารดาษเหนือท่วงทำนองอันไร้รูปก่อเกิดจากอาจมแห่งการดับสูญ
แผดเผาแร้งเผือกอันไม่เป็นที่ต้อนรับ
แล้วจุติใหม่จากกองเถ้าธุลีอีกครา
ข้าโหยหาสิ่งนั้น
สู่วันที่ห้วงมัฌชิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง
............................................
องก์ที่ 6
ต้นกล้าแห่งคำนิยามกำลังแตกหน่ออ่อน
หยั่งรากในวิหารแห่งความเชื่อซึ่งเหลือเพียงซากปรักหักพัง
แตกใบเหนือหุบเหวลึกสุดหยั่งซึ่งเหล่าวาโยหวีดวู่ร้องคำรน
แล้วผลิดอกเบ่งบานใต้ห้วงลึกแห่งบ่อน้ำในใจข้า
อา มือเล็กจ้อยเปื้อนฝุ่นของข้าช่างไร้กำลังยิ่งนัก
ทำได้เพียงกอบดินกลบฝังเจ้าเรือกระดาษลำน้อยที่จมลงในกระแสธารเชี่ยวกราก
ไร้กำลังจะโอบอุ่มเจ้าวิหคแห่งการร่ำร้องให้โบยบินอย่างเสรี
โถงถ้ำแห่งการรอคอยกำลังนำพาข้าไป
ข้าจักจ่อมจมลง ณ ที่ใด
ในเมื่อข้าไม่เคยมอบดวงตะวันแด่ตนเอง
posted on 06 Sep 2008 16:39 by crescentsweet in Life, Poem
น้อยลง ... ทุกที
เวลาที่เหลืออยู่ ... มันน้อยลงทุกที
มีใครได้ยินเสียงนี้บ้างไหม ?
เสียงที่ดังมาจากที่ไกลๆ ไกลจนไม่มีใครไปถึง
ฉันอาจจมลงมาลึกเกินไป
... แต่ฉันยังหวังว่าจะมีใครดึงฉันขึ้นไปได้
ฟังเสียงฉัน ... เรียกชื่อฉัน
ฉุดฉันขึ้นมาสู่ที่ๆฉันจากไป
ถึงฉันจะไม่เคยมีตัวตน ... แต่ฉันยังหวังว่าจะอยู่ที่นั่นได้
หายใจ ... ใต้แสงสว่างจอมปลอมอย่างที่เคยทำ
ฉันอาจจะหวังมากไป ...
ฉันจมลงมาลึกเกินไปแล้ว ...
เวลาที่เหลืออยู่ ... มันน้อยลงทุกที
น้อยลง ... ทุกที