Poem

เด็กน้อย ... กลัวฝน

posted on 13 Jun 2009 14:46 by crescentsweet  in Life, Poem


Photobucket

เงียบสงัด
กึกก้อง
นิ่งสงบ
โปรยปราย

สลายไปในเงาที่แตกกระจายของแอ่งน้ำขัง

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งไปที่ใดหรือ
ร่มคันเล็กผุพังเป็นที่พึ่งให้เจ้าไม่ได้
ไร้ค่าเช่นเดียวกับอาภรณ์บอบบางเจ้าสวมใส่
ไร้ความหวังเช่นตัวเจ้าที่ไม่อาจสัมผัสความจริงใดๆ
ราวรอยด่างบนแผ่นผนังที่จะลบเลือนไปตามกาลเวลา

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งไปที่ใดหรือ
ในเมื่อหยาดฝนยังพร่างพรูอยู่ในมือของเจ้าเอง

......

งอกเงย
เติบโต
เบ่งบาน
งดงาม
เด็กน้อย ... นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกชีวิตปรารถนาหรอกหรือ

เจ้าประคองร่มวิ่งข้ามผ่านทุ่งหญ้าที่ระบัดใบเขียว
หวาดหวั่นว่าหยาดฝนจะชะล้างร่มเปราะบางของเจ้าให้หักไป
เกราะกำบังซึ่งขวางกั้นระหว่างตัวเจ้ากับโลกกว้าง
ไม่อาจยินดีกับสิ่งที่หล่อเลี้ยงวัฏจักรให้เติบโต

เด็กน้อย ... เจ้าปรารถนาสิ่งใดกัน
เมื่ออีกวสันต์กางกั้นอยู่ในตาของเจ้าเอง

......

งมงาย
ปรารถนา
ไขว่คว้า
หลอกลวง
เด็กน้อย ... เจ้ามาถึง ณ ที่ใดกัน

มหานครที่ผู้คนบัดพลีกระทั่งกายเพียงเพื่ออยู่ใต้เงาร่มอันเก่าคร่ำ
ยิ้มฉาบยินดีกับปฏิกูลบนร่างกายเหล่านั้นด้วยไม่เคยสัมผัสกับหยาดฝนใดๆ  
ผิดที่  ผิดทาง  ผิดเวลา
ร่มยังคงกางเมื่อฟ้าใส 
ไร้ความจริง  ไร้สาระ  ไร้ราคา
กางกั้นปกป้องความโป้ปดที่ข้างใต้

เด็กน้อย  เจ้าจักวิ่งต่อไป ณ ที่ใด
ในเมื่อภาพลวงตายังหลอกหลอนอยู่ในใจของเจ้าเอง


-----------------------------------------------------------------------------------

ภาพ : Danbooru


องก์ 1

เสียดเสียงกึกก้อง
พยัฆขาวไร้ศรัทธาพาดเงาใต้บาดาล
กัมปนาถมลทินสลักตราแห่งบาปบนมังสาเปลือยเปล่า
มงกฏหนามไร้ยศศักดิ์ฉีกทึ้งคำขอขมาอันหลอกลวง
ผ่านม่านหมอกสีมุกดา  ... ข้ามองไม่เห็นสิ่งใด

สวมผ้าคลุมขาดวิ่นบนแผ่นหลังเปื้อนโลหิตแห่งจอมทรราชไร้เงา
ลากตุ้มถ่วงบาทข้ามพสุธาอันลามเลียด้วยเตโช
กรีดโลหิตกู่ร้องป่าวประกาศต่อประภาคารสูงสุดเอื้อม
ก้องไปในนิจนิรันดิ์
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

............................................

องก์ที่ 2

มัจฉาตัวน้อยดิ้นรนใต้รอยแตกของกำแพง
ขอทานตาบอดเสือกร่างบนเตาถ่านสีชาดดุจไฟนรก
ร่ำร้องไขว่คว้าห้วงโพยมสูงสุดเอื้อม
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

น่าชิงชัง ... ข้าชิงชัง
เสียงหายใจใต้โกศแก้วสูงสง่าอันสงวนไว้แต่เหล่าอสุภะ ... น่าชิงชังยิ่ง
ปล่อยตะวันดวงน้อยให้วิ่งเตลิดใต้ขอบฟ้าอย่างไร้หวัง
ปล่อยหย่อมหญ้าแห่งหายนะให้ลุกลามในทุ่งกว้าง
แล้วข้าจักเป็นนายแห่งทุ่งร้างนั้น ... กำกับเหล่าวาโยหวนไห้คีตแห่งนิรันดิ์
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

............................................

องก์ที่ 3 

พวกเราทั้งหลาย  ล้วนเปลือยร่างใต้จันทรา
สัมผัสทั้งหลาย  ล้วนวางทิ้งไว้ใต้จันทรา
ดวงใจแหลกสลาย  ล้วนมอบไว้ใต้จันทรา
จันทราอันเผือดสีราวภัสตราแห่งเหล่าอสุภะ

เท้าสี่กีบถีบตะกุยพื้นศิลา
เงื้อหอกซัดพุ่งตรงสู่ไข่มุกดำแห่งโลกหล้า
แล้วให้เส้นผมสีมรกตแห่งข้าเป็นดั่งธงชัย
นำทัพเหล่าสรรพางค์กายไร้ชีพขับขานบทเพลงแห่งสงครามสู่เส้นขอบฟ้า
อย่างเงียบงัน
สู่วันที่ห้วงมัชฌิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

............................................

องก์ที่ 4

1..2..3
เสียงนับลูกประคำดังมาจากที่ไกลโพ้น
พร่ำบ่นเพลงสวดสะท้อนสะเทือนใกล้เข้ามา
ตรงมาหาข้าราวฝูงอาชาแห่งความอัปยศทั้งมวล
หากนั่นคือการภาวนา

1..2..3
กี่ครั้งคราที่คำปรามาสความโทมนัสแห่งความเป็นจริงแตกพร่าในลำคอของข้า
ละเลียดลิ้มละเลงเหล้าชั้นเลวเหนือผ้าปูโต๊ะสีขาว
บีบบี้ขนมปังบูดเสียเป็นอาหารเหล่ากีฎชาติ
แปรเปลี่ยนพ้างพสุธาเป็นมื้ออาหารศักดิ์สิทธิ์แสนโสมม
ตัวแทนเลือดเนื้อกลละแห่งสัมภเวสีเพื่อการพร่ำเพียรเวียนขอคำโป้ปดอันแท้จริง
ข้าจักภาวนา
สู่วันที่ห้วงมัฌชิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

............................................ 

องก์ 5

วาโยอันไร้ชีพ  วารีอันไร้เงา
กรีดลึกลงบนมังสาต่ำต้อยแห่งข้า
แร้งแห่งสายันห์ถลาร่อนในอากาศ
ด้วยดวงเนตรสีมรกตอันฝ้ามัว
ดั่งตัวข้าที่ไม่รู้จะโหยหาสิ่งใด

ตระคองกอบเม็ดทรายไร้มลทิน
เพื่อที่จะสูญสลายเหือดแห้งไปในกำมือ
บุปผชาติไร้สีดารดาษเหนือท่วงทำนองอันไร้รูปก่อเกิดจากอาจมแห่งการดับสูญ
แผดเผาแร้งเผือกอันไม่เป็นที่ต้อนรับ
แล้วจุติใหม่จากกองเถ้าธุลีอีกครา
ข้าโหยหาสิ่งนั้น
สู่วันที่ห้วงมัฌชิมอนธการนั้น ... จักถล่มลง

............................................

องก์ที่ 6

ต้นกล้าแห่งคำนิยามกำลังแตกหน่ออ่อน
หยั่งรากในวิหารแห่งความเชื่อซึ่งเหลือเพียงซากปรักหักพัง
แตกใบเหนือหุบเหวลึกสุดหยั่งซึ่งเหล่าวาโยหวีดวู่ร้องคำรน
แล้วผลิดอกเบ่งบานใต้ห้วงลึกแห่งบ่อน้ำในใจข้า

อา  มือเล็กจ้อยเปื้อนฝุ่นของข้าช่างไร้กำลังยิ่งนัก
ทำได้เพียงกอบดินกลบฝังเจ้าเรือกระดาษลำน้อยที่จมลงในกระแสธารเชี่ยวกราก
ไร้กำลังจะโอบอุ่มเจ้าวิหคแห่งการร่ำร้องให้โบยบินอย่างเสรี
โถงถ้ำแห่งการรอคอยกำลังนำพาข้าไป
ข้าจักจ่อมจมลง ณ ที่ใด
ในเมื่อข้าไม่เคยมอบดวงตะวันแด่ตนเอง

น้อยลงทุกที

posted on 06 Sep 2008 16:39 by crescentsweet  in Life, Poem

น้อยลง ... ทุกที

 

เวลาที่เหลืออยู่ ... มันน้อยลงทุกที

 

 

มีใครได้ยินเสียงนี้บ้างไหม ?

เสียงที่ดังมาจากที่ไกลๆ  ไกลจนไม่มีใครไปถึง

 

ฉันอาจจมลงมาลึกเกินไป

 

 

... แต่ฉันยังหวังว่าจะมีใครดึงฉันขึ้นไปได้

ฟังเสียงฉัน ... เรียกชื่อฉัน

ฉุดฉันขึ้นมาสู่ที่ๆฉันจากไป 

ถึงฉันจะไม่เคยมีตัวตน ... แต่ฉันยังหวังว่าจะอยู่ที่นั่นได้

หายใจ ... ใต้แสงสว่างจอมปลอมอย่างที่เคยทำ

 

ฉันอาจจะหวังมากไป ...

 

ฉันจมลงมาลึกเกินไปแล้ว ...

 

 

เวลาที่เหลืออยู่ ... มันน้อยลงทุกที

น้อยลง ... ทุกที